วันอาทิตย์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

<!DOCTYPE html PUBLIC "-//W3C//DTD XHTML 1.0 Transitional//EN" "http://www.w3.org/TR/xhtml1/DTD/xhtml1-transitional.dtd">
<html xmlns="http://www.w3.org/1999/xhtml">
<head>
<meta http-equiv="Content-Type" content="text/html; charset=utf-8" />
<title>Untitled Document</title>
</head>
<body>
<?php echo "รายงานผลการเรียน php";
$str="เกรดที่ได้";
echo $str;
$score=100;

if($score<50){
echo 'grade 0';

}else if($score<56){
echo 'grade 1';

}else if($score<60){
echo 'grade 1.5';

}else if($score<66){
echo 'grade 2';

}else if($score<70){
echo 'grade 2.5';

}else if($score<76){
echo 'grade 3';

}else if($score<80){
echo 'grade 3.5';

}else if($score>80){
echo 'grade 4';

?>

วันพุธที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2556

ประเทศอาร์เจนติน่า

อาร์เจนตินา 

ชื่อทางการ สาธารณรัฐอาร์เจนตินา เป็นหนึ่งในประเทศในทวีปอเมริกาใต้ (ละตินอเมริกา) ตั้งอยู่ระหว่างเทือกเขาแอนดีสทางทิศตะวันตก และมหาสมุทรแอตแลนติกใต้ทางทิศตะวันออกและทิศใต้ มีพรมแดนจดประเทศปารากวัยและประเทศโบลิเวียทางภาคเหนือ จดประเทศอุรุกวัยและประเทศบราซิลทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และจดประเทศชิลีทางภาคตะวันตกและภาคใต้ อาร์เจนตินาเป็นประเทศที่มีพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 2 ของทวีปอเมริกาใต้ รองจากบราซิล และมีพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 8 ของโลก
เมืองหลวง     กรุงบัวโนสไอเรส (Buenos Aires)
ภาษา    ภาษาสเปน เป็นภาษาราชการ

ศาสนา      คริสต์นิกายโรมันคาทอลิกร้อยละ 92 โปรแตสแตนท์  
ร้อยละ 2 ยิว ร้อยละ 2 และอื่นๆ ร้อยละ 4

เสน่ห์ประเทศอาร์เจนตินา

ปลายศตวรรษที่ 18… 25 พฤษภาคม 1810 ชาวเมือง Río de la Plata เรียกร้องเอกราชจากประเทศสเปน ณ. Plaza de Mayo การเคลื่อนไหวเรียกร้องอิสรภาพภายใต้การนำของ General Jose de San Martin และประกาศเอกราชเป็นทางการ ในวันที่ 9 กรกฎาคม 1816 จากเหตุการณ์นั้น กลายเป็นประเทศอาร์เจนตินา… จวบจนปัจจุบัน หากพูดถึงประเทศอาร์เจนตินา เราคงต้องพูดถึง มนต์เสน่ห์แห่งวัฒนธรรมดนตรีและการเต้นรำจังหวะอันร้อนแรงเย้ายวน… Tango (แทงโก้) ของหนุ่มสาวที่เต็มไปด้วยความอารมณ์ความรู้สึก เมืองหลวง Buenos Aires (กรุงบัวโนสไอเรส) อันได้ชื่อว่าเป็นปารีสของ South America (อเมริกาใต้) เมืองสถาปัตยกรรมที่สวยงาม บ้านเรือนทีมีสีสัน ไม่เพียงเท่านั้้น เีรา้ยังได้สัมผัสกับวิถีความเป็นอยู่ของชาวเมือง ศิลปะและวัฒนธรรม อาหารการกิน สเต็ก บาร์บิคิว ไวน์เลิศรส แหล่งช๊อปปิ้ง ย่านธุรกิจ โรงละครโอเปร่า และสถานที่ท่องเที่ยวยามราตรีี กีฬาฟุตบอลกับความคลั่งไคล้ของชาวเมือง และบ้่านเกิดของนักฟุตบอลทีมดังๆ อันมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันทั่วโลก และอีกด้านหนึ่ง อาร์เจนตินาเป็นประเทศที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของทวีปอเมริกาใต้้ (ละตินอเมริกา) ดินแดนอันกว้างใหญ่ ที่ที่ีซึ่งมีทัศนียภาพหลากหลายผสมผสานไปด้วยภูเขา ป่า ทะเล ทะเลทราย และธารน้ำแข็ง เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนรักธรรมชาติ สัตว์ป่า และสัตว์ทะเล โดยเฉพาะกิจกรรมการศึกษาสำรวจ เิดินป่า ปีนเขา เล่นสกี ตกปลา เหล่านี้คือ เสน่ห์ประเทศ

 
Argentina
        Argentina

สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ
ภาพเคลื่อนไหวภูเขาธารน้ำแข็ง Perito Moreno หนึ่งในหลายๆ ธารน้ำแข็งของประเทศอาร์เจนตินา สำหรับนักท่องเที่ยวที่เยี่ยมชมราบสูงอันหนาวเย็น Patagonia ที่นี่มีทิวทัศน์ ทัศนียภาพอันสวยงาม และยังเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ชื่นชอบกิจกรรมการปีนเขา เล่นสกี 
Argentina
 
 
ภาพเคลื่อนไหวIguazu Falls ฝั่งอาร์เจนติน่า น้ำตกอันมหึมา มีขนาดใหญ่กว่าน้ำตกไนแองการ่าถึง 4 เท่า กับหน้าผาเป็นรูปโค้งรูปตัวยู Garganta del Diablo (Devil’s Throat) ซึ่งเกิดจากแม่น้ำริโออิกวาสุทั้งสายไหลจากหน้าผาเบื้องบนลงสู่หุบเหวอันสูงชันเบื้องล่าง ตลอดแนวน้ำตกมีโขดหินที่แบ่งเป็นน้ำตกย่อยๆ พลังน้ำที่ตกลงมาก่อให้เกิดเสียงดังครึกโครมและละอองน้ำกระจายเกิดเป็นสายรุ้งกินน้ำอันสวยงาม นอกจากนี้ยังเหมาะสำหรับกิจกรรมการล่องเรืออีกด้วย เป็นหนึ่งสถานที่ท่องเี่ที่ยวยอดนิยมที่สุดในประเทศอาร์เจนตินา
 
 
 
ภาพเคลื่อนไหวValley of the moon (Valle de la Luna) อันประกอบไปด้วย Ischigulasto และ Talampaya National Parks ความสวยงามของทิวทัศน์ ทะเลทราย แครนยอนและเสาหินเป็นรูปต่างๆ อันเกิดจากฝีมือของกระแสลมและน้ำทางธรรมชาติ ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของเมือง San Juan ทอดยาวไปยังทางตะวันตก สุดที่เมือง La Rioja ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ
 
 
            Argentina
                                                        (Talampaya National Parks)            
 
Argentina
(Ischigulasto National Parks)
 
Ushuaia   “End of the world” เมืองที่อยู่ทางใต้สุดของโลก ที่ซึ่งมีทัศนียภาพสวยงามผสมผสานไปด้วยภูเขา ป่า ทะเล และธารน้ำแข็งรวมเข้าด้วยกัน เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนรักธรรมชาติ สัตว์ป่า และสัตว์ทะเล ไม่เพียงแต่จะเพลิดเพลินไปกัับกิจกรรมการเิดินป่า ปีนเขา เล่นสกี ตกปลา เรายังสามารถเช่าเรือ และท่องไปตาม Beagle Canal สู่ช่องแคบ Cape horn ฝั่งประเทศชิลี และ Antarctic Continent (ทวีปแอนตาร์คติก) และที่นี่ยังมีสถานที่สำคัญอย่างคุกเก่า Ushuaia Prison Museum 

วันอังคารที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2556

JackFinn




สองหนุ่มคู่นี้คือ แจ็ค และ ฟินน์ แฮร์รี่ส์ สองฝาแฝดวัย 19 ปี ที่ครองใจสาว ๆ ทั่วโลกในเว็บไซต์ยูทูบ หลังจากทั้งสองคนเปิดช่องของตัวเองที่ชื่อว่า JacksGap บนยูทูบ และมีสมาชิกติดตามกว่า 1.3 ล้านคน อีกทั้งวิดีโอแต่ละตัว ยังมีผู้เข้าชมเฉลี่ยกว่าล้านครั้งอีกด้วย และในตอนนี้ วิดีโอของพวกเขามีคนดูทั้งหมดรวมแล้วกว่า 50 ล้านครั้ง รั้งอันดับที่ 144 ช่องยูทูบที่มีคนดูมากที่สุดไปแล้ว
            ความโด่งดังของทั้งคู่ เริ่มต้นจาก แจ็ค ซึ่งเคยมีผลงานเป็นนักแสดงในรายการ School Of Comedy ที่ออกอากาศทางช่อง 4 ของอังกฤษ และเคยเป็นพรีเซนเตอร์โฆษณาเคเอฟซี ได้เปิดช่องวิดีโอบล็อกของตัวเองคนเดียวขึ้นมาในยูทูบ โดยใช้ชื่อว่า JacksGap จากนั้นก็จัดการบันทึกวิดีโอของตัวเองในแนวฮา ๆ แล้วตัดต่อ และอัพโหลดวิดีโอลงยูทูบ แต่ตอนนั้นไม่ค่อยได้รับความนิยมมากนัก จนกระทั่งวันหนึ่ง เขาได้แนะนำให้คนในยูทูบรู้จักกับ ฟินน์ ฝาแฝดของเขา ช่องยูทูบของแจ็คก็ได้รับความนิยมขึ้นมาทันที จากนั้นเขาก็ใช้ยูทูบเป็นช่องทางในการอัพเดทข่าวสารของทั้งสองคนให้กับครอบครัวและเพื่อน ๆ ในช่วงที่ทั้งสองคนออกเดินทางหาประสบการณ์หลังจากที่เรียนจบมัธยมปลาย โดยแจ็คและฟินน์ ได้โพสต์วิดีโอส่วนตัวที่มีความแปลก น่ารัก เต็มเปี่ยมไปด้วยอารมณ์ขัน ติงต๊อง ซึ่งทำให้คนดูเห็นแล้วต้องยิ้มไปกับเสน่ห์ของทั้งสองคน

            ความโด่งดังของทั้งสองคน มาแรงจนฉุดไม่อยู่ ถึงขนาดที่ช่อง Sky TV ได้มาเสนอให้ทั้งสองคนไปแสดงในละครซีรีส์ และสถานีวิทยุ Capital Radio ก็พาไปออกรายการ Saturday show ซึ่งในระหว่างนี้ ทั้งแจ็คและฟินน์ ก็ค้นพบความต้องการของตัวเอง ฝาแฝดทั้งสองคนเลือกที่จะพักการเรียนต่อในมหาวิทยาลัย หลังจากที่เรียนไปได้ 1 เทอม แต่กลับมาตั้งบริษัทรับผลิตภาพยนตร์แทน โดยที่แจ็ค ได้พักการเรียนที่มหาวิทยาลัยบริสตอล ส่วนฟินน์ พักการเรียนต่อมหาวิทยาลัยลีดส์

            วิดีโอจากช่อง JackGaps ถูกตัดต่อ จัดแสง ออกมาได้อย่างมืออาชีพ อาจจะเพราะทั้งสองคนเกิดมาในครอบครัวของศิลปิน โดยคุณพ่อของแจ็คและฟินน์นั้น คือ นายแอนดี้ แฮร์รี่ส์ โปรดิวเซอร์เจ้าของรางวัลบาฟต้า จากภาพยนตร์เรื่อง The Queen ส่วนคุณแม่นั้นคือ นางรีเบคกา เฟรนย์ เป็นนักเขียนและคนทำสารคดี ส่วนคุณตา คือ นายไมเคิล เฟรนย์ นักเขียนนวนิยายเจ้าของรางวัล และนักเขียนบทละครเวที และคุณยายคือ นางแคลร์ โทมาลิน นักข่าว

            ด้านนางเฟรนย์ คุณแม่ของแจ็คและฟินน์นั้น กล่าวว่า ตอนนี้ทั้งสองคนไม่ได้อยู่กับครอบครัว แต่ได้ออกไปใช้ชีวิตหาประสบการณ์ที่ต่างแดน บางครั้งทั้งสองคนก็เดินทางไปไกลถึงประเทศศรีลังกาเลยทีเดียว ก่อนหน้านี้ทั้งแจ็คและฟินน์เป็นเพียงเด็กวัยรุ่นมัธยมอายุ 19 ปีธรรมดาทั่วไป แต่หลังจากที่มีการเผยแพร่วิดีโอออกไป ทั้งสองคนก็เริ่มมีแฟนคลับส่งจดหมายมาหา ขนาดกองเท่าภูเขา มีเด็กสาวมาเดินผ่านหน้าบ้าน และบางทีก็มีเด็กสาววัยรุ่นมาหากันเป็นกลุ่ม

            นางเฟรนย์ กล่าวต่อว่า ในตอนแรก ฟินน์เองเป็นคนขี้อาย ไม่ชอบการแสดงออก เขาปฏิเสธที่จะไปอยู่ในคลิปเดียวกันกับแจ็ค และมองว่าการที่แจ็คถ่ายคลิปลงยูทูบนั้น ถือเป็นเรื่องน่าอาย แต่หลังจากที่เกลี้ยกล่อมกันมาเนิ่นนาน ฟินน์เองก็เลยยอมมาร่วมถ่ายทำคลิปด้วย หลังจากนั้น ช่อง JacksGap ของทั้งสองคน ก็เลยได้รับความนิยมแบบสุด ๆ
เครดิต:www.kapook.com

รีวิว: www.penpalworld.com

สำหรับเวบนี้ก็มีความคล้ายคลึงกับ www.interpals.net เพียงแต่เว็บนี้จะมีคนไทยเล่นน้อยกว่า และ คนที่เล่นจะเน้นการส่ง snai lmail มากกว่า สมาชิกของเวบนี้จะน้อยกว่าอินเตอร์พอล คนแต่ละประเทศอาจจะไม่หลากหลายเท่าไหร่ สำหรับข้อจำกัดของเวบนี้ก็คือ ในแต่ละวันจะมีจำนวนเครดิตของการส่ง message การ comment หน้า wall ของเพื่อน ซึ่งในการส่งขอความส่วนตัว ส่งได้วันละ 3 ครั้ง โพสได้วันละ 10 ครั้ง ซึ่งถ้าหากอยากโพสได้ไม่จำกัดเราก็ต้องซื้อเครดิต(ไม่ค่อยมีคนซื้อกันหรอกมันแพง) คนส่วนใหญ่เมื่อเจอกับข้อจำกัดนี้เลยทิ้งอีเมล์ไว้เพื่อให้อีกคนเขียนถึงมากกว่า 
สำหรับคนที่สงสัยว่า snail mail คือ อะไร?
snail mail = เมล์หอยทาก 
ชื่่อน่ารักมาก ๆ มันก็หมายถึง การส่งจดหมายหรือการส่งของข้ามประเทศ ซึ่งเวลาส่งไป มันก็จะไปถึงที่บ้านเพื่อนอย่างช้าๆ สมมุติเราส่งไปขั้วโลกเหนือ จขบ.คิดว่ามันต้องมากกว่า 1 เดือนแน่นอน เมื่อเขาหรือเราได้รับมันจะเป็นอะไรที่ปลื้มมาก เพราะแพคเกจของซอยจดหมาย และ แสตมป์ ของแต่ละประเทศจะมีความต่างกัน เราสามารถเก็บสะสมของนั้นๆ ได้อีกด้วยเป็นอะไรที่คลาสสิคดี
ตอนนี้จขบ.กำลังเห่อเวบนี้มาก เพราะมีเพื่อนๆจากหลายๆ ประเทศเข้ามาทักทาย ส่งอีเมล์โต้ตอบกลับกันไปมา ไม่เจอพวกหื่นกามแอบแฝงอีกด้วยยย ><




รีวิว:www.interpals.net

เว็บไซต์นี้เป็นเว็บที่สามารถทำให้เราเข้าสู่โลกออนไลน์ ได้พบปะผู้คนได้อย่างดี โดยเมื่อเราสมัครแอคเคาท์ไปแล้ว หรือ ล๊อกอินโดยใช้เฟสบุ๊ค เราจะสามารถได้เข้าไปหาเพื่อนจากทั่วทุกมุมโลก โดยจุดประสงค์ของเว็บไซต์นี้คือต้องการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม แลกเปลี่ยนภาษา และพบปะเพื่อนใหม่ๆ 
โดยเจ้าของบล๊อกได้ลองสมัครไว้เมื่อปีที่แล้ว โดยการใช้งานก็ไม่ยาก เราสามารถเขียนข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับตัวเองได้หลายอย่างเช่น เกี่ยวกับตัวฉัน รูปภาพ อัลบั้มภาพ งานอดิเรก อาชีพ และอีกมากมาย ซึ่งเมื่อเราลงชื่อเข้าใช้ จะมีสถานะเป็นออนไลน์ เพื่อนสามารถเห็นเราได้หากเราออนไลท์อยู่โดยจะมีหน้ารวมคนที่ออนไลท์ หรือเพื่อนสามารถค้นหาจากเพศ อายุ ภาษา เชืั้อชาติ และ ประเทศ หากเราหรือเขาสนใจที่จะคุยกัน ก็สามารส่ง message แบบคุยตอบโต้ได้หรือ สามรถคุยทางหน้า wall โดยการcomment ได้ สำหรับเจ้าของบล๊อกเมื่อได้สมัครก็มีเพื่อนผู้ชายสโลวาเกียเข้ามาทัก ซึ่งเขาอายุ 15 ปี พูดได้หลายภาษา ไม่ว่าจะเป็น ภาษาอังกฤษ ภาษาสลาวิก และ ภาษาสเปน จุดประสงค์เขาที่เข้ามาทัก เขาบอกว่าอยากเรียนรู้วัฒนธรรม และ แลกเปลี่ยนเรื่องอื่นๆ ซึ่งเมื่อคุยไปรู้สึกเขามีสาระมากๆ บางทีก็มากกว่าเราอีก ไวยากรณ์ของเขาแม่นยำมาก ส่วนตัวเจ้าของบล๊อกไม่มั่วก็เปิด google translate เอาบ้าง แต่ก็ผ่านพ้นไปด้วยดี กับเพื่อนคนนี้ ล่าสุด เขาก็เข้ามาอวยพรวันเกิดให้ด้วย จขบ.ก็ได้ไปทักหนุ่มๆต่างชาติหลายคนแต่น้อยคนที่จะตอบเรากลับมา หรือ ถ้าคุยก็ได้ไม่นาน จขบ.ชอบคุยกับสาวจีนมากกว่า เพราะ ส่วนใหญ่เขาจะเข้ามาบอกว่าปลื้มดาราไทย ปลื้มประเทศไทย เราก็เลยคุยกันถูกคอมากกว่า หลังจากที่เล่นได้มาสักพัก จขบ.ก็แทบไม่ได้เข้าไปอัพเดทอะไรใหม่ๆเลย เพราะไม่มีคนเข้ามาคุยด้วย คงจะเป็นเพราะเราไม่น่าสนใจพอ แหง่วว =0= 
สรุป เว็บนี้เป็นเว็บที่ดีสำหรับคนอยากมีเพื่อนและอยากฝึกภาษา เพราะ จขบ.ก็ได้ภาษาอังกฤษมาเยอะพอสมควร แต่ต้องระวังพวก horny ที่อาจแฝงตัวมา ถ้าใครเจอก็เลิกคุยโดยด่วน 

ประเทศญี่ปุ่น

ประเทศญี่ปุ่น


ชินจูกุ (Shinjuku)

       
       สถานีรถไฟชินจูกุ เป็นสถานีที่พลุกพล่านที่สุดในโลก ซึ่งสถานีชินจูกุสภาพความเป็นจริงนั้นสับสนอลหม่านด้วยผู้คนเฉียดวันละ 3,000,000 คนยืนเบียดเสียดกัน และเป็นสถานที่ซึ่งทดสอบความทรหดของนักเดินทางได้อย่างดี ชินจูกุเป็นสถานีรถไฟสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งบนเกาะญี่ปุ่น เป็นจุดเปลี่ยนต่อรถไฟทั้งสายในโตเกียวและวิ่งสู่ภูมิภาคต่างๆ รวมทั้งรถไฟใต้ดินด้วย บริเวณ สถานีมีร้านขายสินค้าร้านอาหารเนืองแน่นดังเช่นสถานีใหญ่ในเมืองส่วนมากของ ญี่ปุ่น ทั้งร้านค้าที่ตั้งอยู่บนดินและใต้ดิน เรียงรายซิกแซกวกวน ทั้งยังมีวกวน ทั้งยังมีห้างสรรพสินค้าใหญ่ 4 ถ้าเดินชมห้างสรรพสินค้าทั้ง 4 แห่งแล้วยังไม่จุใจ โปรดตรงไปยังประตูสถานีด้านตะวันออกสู่ชินจูกุโดริ ที่นั่นจะมีห้างสรรพสินค้าตลอดจนร้านค้าที่มีเวลาเปิดตามปกติจำนวนมากกว่า อีกทั้งคับ คั่งด้วยผู้คน ด้านตะวันออกของสถานีชินจูกุเป็นย่านที่เหมาะสำหรับการเดินเที่ยวเตร็ดเตร่ ได้อย่างจุใจเป็นเวลานานๆ ทว่าหลายคนที่ต้องการยิ่งกว่าการเดินเล่นเรื่อยเปื่อยก็จะเดินไปแถวย่านคาบู กิโจ



ชินจูกุตะวันตก
ถ้าต้องการชมภูมิทัศน์ที่ดูโออ่าสง่างามกว่านี้ ก็เดินมาตามยาซุคุนิดดริซึ่งอยู่ใต้ทางรถไฟ เพื่อไปยังด้านตะวันตกของชินจูกุ เดินเรื่อยมาจนถึงตึกแฝดสูงเสียดฟ้าอันเป็นที่ตั้งของ ที่ทำการรัฐบาลกรุงโตเกียว ซึ่งมีการออกแบบและก่อสร้างในช่วงเศรษฐกิจญี่ปุ่นเริ่มเข้าสู่ภาวะฟองสบู่ เมื่อช่วงทศวรรษ 1980 รูปลักษณ์ของมันราวกับจะประกาศว่าปัจจุบันโตเกียวคือมหานครอันยิ่งใหญ่ที่ สุดแห่งหนึ่งในโลก




ศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ (Fushii Inari Taisha Shirine)  เสาโทริอินับหมื่นต้น  :  เมืองเกียวโต

         



               ศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ (Fushii Inari Taisha Shirine)  หรือ ศาลเจ้าพ่อจิ้งจอกขาว  สร้างขึ้นเพื่อบูชาสุนัขจิ้งจอก ที่เชื่อกันว่าเป็นทูตของเทพเจ้าของการเก็บเกี่ยว   พื้นที่บริเวณนี้อุดมสมบูรณ์ไปด้วยน้ำ ปลูกข้าวจึงได้ผลผลิตที่ดีมีคุณภาพ  จึงเป็นแหล่งของการผลิตเหล้าสาเกคุณภาพดีด้วยเช่นกัน

             ศาลเจ้าแห่งนี้มีสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของญี่ปุ่นปรากฎอยู่ แทบทุกคนต้องเคยเห็นภาพอุโมงค์ทางเดินที่เกิดจากการเรียงโทริอิสึแดงจ้ากว่าหนึ่งหมื่นซุ้ม ทอดสู่ฟูชิมิอินาริไทชะ หรือศาลเจ้าพ่อสุนัขจิ้งจอก ชาวนาเชื่อกันว่าเป็นผู้เดินสารของเทพแห่งการเก็บเกี่ยว ใช้เวลาเดินราว 2 ชั่วโมงหรือเป็นระยะทาง 4 กิโลเมตร ก็จะพบศาลแห่งนี้                         
การเดินชมเสาโทริอินนี้ ต้องใช้เวลาในการเดินหลายชั่วโมงกว่าจะเดินได้ครบ






  
            วัดเซ็นโซจิ หรืออาซากุสะคันนง (Asakusa Kannon) ที่เรียกกันว่าวัดอาซากุสะ เพราะที่ตั้งอยู่ในย่านอาซากุสะ  ซึ่งวัดนี้เป็นวัดเก่าและน่าจะเป็นวัดพุทธที่เก่าแก่ที่สุดในภูมิภาคคันโตและมีนักท่องเที่ยวนิยมมา เยือนกันแน่นขนัดทุกปี และซื้อของที่ระลึกซึ่งมีร้านรวงตั้งเป็นแถวยาวให้เลือกจับจ่าย จึงทำให้วัดแห่งนี้รุ่งเรืองและคึกคักด้วยผู้คน วัดนี้มีตำนานของวัดแห่งนี้เล่าต่อๆกันมาว่าได้มีชายหาปลาสองคนพี่น้องมาทอดแหในแม่น้ำสุมิดะ  แต่กลับได้รูปปั้นพระโพธิสัตว์ หรือ เทวรูปคันนง (Kannon)แทน ด้วยความศรัทธาของ 2 พี่น้องและชาวบ้านของหมู่บ้านละแวกนั้น จึงได้อัญเชิญเทวรูปคันนงประดิษฐาน ณ วัดแห่งนี้  โดยหัวหน้าหมู่บ้านจึงสร้างวัดขึ้นใน ค.ศ. 628 เพื่อประดิษฐานรูปปั้นนั้น และตำนานยังมีต่ออีกว่าในช่วงเวลาใกล้เคียงกันกับที่พบรูปปั้นได้ปรากฎมังกร ทองตัวหนึ่งเลื้อยลงมาจากสวรรค์ บรรดาโชกุนและซามูไรต่างก็นิยมมาสักการะที่วัดนี้ ทางทิศตะวันออกของวัดคือ แม่น้ำซูมิดะงาวะ(Sumida-gawa) ไหลลงอ่าวโตเกียวและใกล้ๆกันจะมีสวนสาธารณะซูมิดะโคเอ็น(Sumida Koen) ซึ่งเปิดโล่งสู่แม่น้ำด้วยบรรยากาศสวยงามน่าเดินเล่น โดยเฉพาะช่วงดอกซากุระบานสะพรั่ง ริมแม่น้ำแห่งนี้ยิ่งสวยงามเหนือคำบรรยาย





          วัดอาซากุสะ คือศูนย์กลางแห่งสรรพสิ่งอันสุนทรีย์ในโตเกียว บ่อเกิดวัฒนธรรมการละคร, วรรณคดี, การทำอาหาร และความสุขทางเพศ วัฒนธรรมและสังคมในย่านนี้เบ่งบานด้วยน้ำมือของพวกที่ย้ายถิ่นฐาน แรกสุดเป็นหญิงคณิกาในถิ่นโยชิวาระ ความเจริญของอาซากุสะซึ่งตั้งอยู่นอกประตูเมืองเอโดะด้านตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้ตลอดลำน้ำซูมิดะงาวะกลายเป็นท่าเรือค้าขายเปี่ยมชีวิตชีวา ฉางข้าวสำคัญของโชกุนเองก็ตั้งอยู่ที่นี่ สิ่งที่อยู่คู่กันมากับย่านอาซากุสะคือวัดเซ็นโซจิ หรืออาซากุสะคันนง ซึ่งน่าจะเป็นวัดพุทธเก่าแก่ที่สุดในภูมิภาคคันโตแลมีผู้คนทั่วสารทิศหลั่ง ไหลมากราบไหว้ พร้อมกับซื้อของในละแวกนี้ จนสร้างความรุ่งเรืองให้กับย่านอาซากุสะ

ภูเขาไฟฟูจิ หรือ ฟูจิ ฮาโกเนะ
ภูเขาไฟฟูจิ

          
       ภูเขาไฟฟูจิ ได้รับการยกย่องว่าเป็นภูเขาที่สวยขนาดไม่มีภูเขาลูกใดมาเทียบเคียงได้ และทะเลสาบอาชิ ในฮาโกเนะก็เป็นทะเลสาบที่คนนิยมมาบันทึกภาพเก็บไว้บ่อยครั้งที่สุด พื้นที่ส่วนใหญ่ของฟูจิและฮาโกเนะถูกกำหนดให้เป็น อุทยานแห่งชาติ ภูเขาไฟฟูจิ โผล่พ้นผิวมหาสมุทรเป็นรูปกรวยคว่ำได้ส่วนงามสง่า ภูเขาไฟฟูจิเป็นดินแดนต้องห้ามของผู้หญิงมาเป็นเวลาหลายร้อยปีแล้ว ตราบจนกระทั่งถึงปี 1867 ความเชื่อดังกล่าวเริ่มถูกลบล้าง เมื่อหญิงชาวอังกฤษคนหนึ่งอาจหาญปีนขึ้นภูเขาลูกนี้ และทุกวันนี้นักปีนเขาราวครึ่งหนึ่งจาก 400,000 คนที่มาปีนภูเขาฟูจิในแต่ละปีเป็นผู้หญิง

ปราสาทโอซาก้า (Osakajo) : เมืองโอซาก้า

ปราสาทโอซาก้าเป็นสัญญลักษณ์อย่างหนึ่งของเมืองโอซา ก้า สร้างขึ้นเป็นครั้งแรกบนบริเวณที่เคยเป็นวัด Osaka Hongan-ji เมื่อปีค.ศ.1583 โดย โชกุนโทยะโตมิ ฮิเดโยชิ (Toyotomi Hideyoshi) (ค.ศ.1537-1598) นักรบระดับไดเมียวผู้พยายามรวบรวม ประเทศเป็นครั้งแรก หอคอยประสาทหรือส่วนที่เรียกว่า Tenshukaku แล้วเสร็จลงสองปีต่อมา แต่หลังจากสงคราม Osaka Natsu No-jin ในปีค.ศ.1615 ตระกูล Toyotomi ถูกฆ่าล้างโคตร Tenshukaku ก็ถูกทำลายลงย่อยยับ ต่อมาได้รับการบูรณะใหม่ในสมัย Tokugawa แต่น่าเสียดายที่ในปีค.ศ.1665 ได้ถูกฟ้าฝ่าเสียหายย่อยยับอีกครั้งหนึ่ง ทำให้ปราสาทโอซาก้าไม่มี Tenshukaku มานานปี จนกระทั่งในปี 1931 นายกเทศมนตรีเมืองโอซาก้า นาย Seki ได้ขอรับเงินบริจาคจากชาวเมืองจำนวนหนึ่งล้านห้าแสนเยน (เท่ากับราว 75,000 ล้านเยนในปัจจุบันนี้) มาบูรณะปราสาทใหม่
ปราสาทโอซาก้าปัจจุบันสูง 55 เมตร มี 5 ส่วน 8 ชั้น เครื่องประดับหลังคาและภาพเสือบนกำแพงตัวปราสาทและหลายๆส่วนลงทองสีอร่ามสวยงาม (ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกสำคัญของประเทศ) บนหอคอยชั้น 8 ของ Tenshukaku ท่านสามารถมองเห็นทิวทัศน์โดยรวมของ เมืองโอซาก้าได้อย่างชัดเจน ในแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวจากทั้งในและนอกประเทศมาเยือนปีละราว 1-3 ล้านคน
 
นอกจากตัว Tenshukaku อันงดงามแล้ว ภายในตัวปราสาท ยังมีนิทรรศการแสดงหลักฐาน ภาพเขียน เครื่องแต่งกายโบราณ ฯลฯที่เกี่ยวข้องกับประสาทและตระกูล Toyotomi อยู่ ส่วนบริเวณรอบๆปราสาทก็เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่มีดอกไม้ใบไม้งามสะพรั่งในทุกๆฤดู เป็น ที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวเมืองด้วย

คิโยมิซุเดระ (Kiyomizu Temple) 
   วัดซึ่งมีวิหารใหญ่ ตั้งอยู่บนไหล่เขา รองรับด้วยเสาไม้มหึมา โดยระเบียง อันเป็นเวทีร่ายรับนั้นยื่นชะโงกเงื้อมเหนือหุบเหว คนญี่ปุ่นจะเปรียบเทียบผู้ที่ต้องเสี่ยงครั้งสำคัญในชีวิตว่าเหมือนกับการ กระโดดลงมาจากระเบียงแห่งนี้วัดนี้มีอายุเก่าแก่กว่านครเกียวโต โดยสร้างในปี ค.ศ. 788 ถวายแด่พระโพธิสัตว์กวนอิม 11 พักตร์ประตูทางเข้าวัดด้านหน้ามีทวารบาล ประจำสองข้าง สูง 3.6 เมตร เบื้องขวาอ้าปากเบื้องซ้ายปิดปาก ซึ่งหมายถึงคำว่าโอมในภาษาสันสกฤต ด้านหลังวิหารใหญ่และเวทีร่ายรำนั้นคือศาลเจ้าจิชู ซึ่งเป็นศาลที่รู้จักกันดีที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น เนื่องจากเป็นที่ประทับของเทพแห่งความรักและความราบรื่นในชีวิตสมรส ที่ศาลเจ้าจิชูมีหินตาบอด ซึ่งห้ามเดินข้ามแต่ถ้าหากสาวๆ จะเดินผ่านก้อนหินที่ขนาบสองข้างนั้นต้องหลับตา เชื่อกันว่าถ้าสามารถเดินท่องชื่อคนรักในใจไปได้ไกลถึง 20 เมตรแล้ว ความรักและชีวิตคู่ก็จะไปได้ตลอดรอดฝั่ง



ประเทศนอร์เวย์


ประเทศนอร์เวย์  

เมืองหลวง ชื่อ ออสโล

ภาษาราชการ คือ ภาษานอร์เวย์ นอร์เวย์เคยเป็นเมืองขึ้นของเดนมาร์ก กับ สวีเดนเลยมี ภาษาที่คล้ายๆ กันบ้าง

ประเทศนอร์เวย์ อยากมีภาษาเป็นของตัวเองแล้วก้เลยเริ้มสร้ากฏเองแต่ปรากฎว่ามันใช้ไม่ได้กับ
ทุกคนเพราะบางทีมันยากสำหรับบางคนที่อยู่มานานแล้ว แบบไม่ได้เรียนมาแต่แรกเลยมี 2 ภาษา คือ norsk กับ ny norsk (อันนี้มีใช้้เฉพาะบางที่) แต่เด็กนอร์เวย์ที่เข้าโรงเรียนตอนนี้ต้องเรียน nynorsk ด้วย เป็นหลักสูตร (แต่คนที่นี่คิดว่ามันไม่สำคัญมากเท่าไหร เลยคิดว่าอีกไม่กี่ปีข้างหน้าคงจะได้เอาออกจากหลังสูตร เพราะคนส่วนใหญ่ พูด norsk)

นายกรัฐมนตรี คือ เยนส์ สตูลแทนเบร์ก ( Jens stoltenberg )

สกุลเงิน ชือ โครน นอร์เวย์ (NOK) สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินไทยได้ในอัตรา 1 โครนนอร์เวย์ เท่ากับประมาณ 5.46 บาทไทยค่ะ หรือบางทีก็อยู่ที่อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราของแต่ละวัีนค่ะ...


วันชาตินอร์เวย์ : วันที่ 17 พฤษภาคมของทุกปี จะมีการเฉลิมฉลองกันเพราะเป็นวันที่นอร์เวย์มีรัฐธรรมนูญเป็นขของตนเองค่ะ แต่งกายเป็นชุดประจำชาติค่ะหรือที่เรียกกันว่า "บูนัด" ..อยากจะบอกว่า สวยมาก น่ารักมากค่ะ.... และจะมีการโบกธงชาติด้วยค่ะอีกทัั้งวันนี้ยังเป็นวันเด็กแห่งชาติของนอร์เวย์อีกด้วย


สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศนอร์เวย์


 เมืองออดดา
    เมืองออดดา (Odda) เป็นเมืองเล็กๆ ตั้งอยู่บริเวณปลายฟยอร์ดที่สวยงามค่ะ ซึ่งเป็นเมืองมีความสำคัญและมีชื่อเสียงทางด้านการท่องเที่ยวของฮอร์ดาลันด์ เคาน์ตี (Hordaland County) อีกทั้งเป็นศูนย์กลางย่านเก่าแก่ในภาคตะวันตก  ชื่อเสียงทางด้านสถานที่ท่องเที่ยวตามธรรมชาติก็ไม่เป็นสองรองใครเช่นกันนะคะ


                                                                         

                                                                 น้ำตกฟอสเซ่น
   
     สถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงและที่เป็นไฮไลท์หลักของเมืองออดดาก็คงหนีไม่พ้น น้ำตกเลทฟอสเซ่น (Latefossen) แหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงและได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก โดยน้ำตกมีความสูงประมาณ 165 เมตร (541 ฟุต) ด้านหน้าน้ำตกมีสะพานหินพาดผ่านซึ่งถือว่าเป็นจุดที่สามารถชมน้ำตกได้อย่างใกลชิดบรรยากาศสบายๆ มากค่ะ...





                                                                โบสถ์โรลดัล สเตฟว




      โบสถ์โรลดัล สเตฟว (Roldal stave church) เป็นโบสถ์ไม้เก่าแก่ที่ถูกสร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 13 เป็นหนึ่งในโบสถ์ที่มีความสำคัญที่สุดในภาคตะวันตก ในอดีตโบสถ์แห่งนี้ไดรับความนิยมในหมู่ผู้แสวงบุญเป็นอย่างมาก ปัจจุบันโบสถ์ยังคงอยู่ในการใช้งานปกติ และยังเปิดบริการให้นักท่องเที่ยวมาเที่ยวชมได้อีกด้วยเพราะคนในประเทศนอร์เวย์นับถืบศาสนาคริสต์เยอะที่สุดค่ะ เลยมีโบสถ์เก่าแก่ที่สวยงามมาก


                                                           อุทยานแห่งชาติรอนเดน




        อุทยานแห่งชาติรอนเดน" (Rondane National Park) เป็นที่พักผ่อนที่มีชื่อเสียงของเทศมณฑลออปป์ลันด์ (Oppland) เทศมณฑลในนอร์เวย์ โดยเมืองที่ใกล้ที่สุดคือ เมืองออดดา (Otta) ค่ะ สถานที่นี้เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจที่ดีที่สุดค่ะ...ส่วนใหญ่ทุกๆ คนชอบไปที่นี่

ประเทศนอร์เวย์ไม่ค่อยมีสถานที่เที่ยวมากเหมือนประเทศไทยค่ะ แต่ส่วนใหญ่จะเน้นไปในทางธรรมชาติค่ะ เพราะเป็นประเทศที่สวยงามแห่งหนึ่งในทวีปยุโรป มีโอโซนเยอะมากๆ ค่ะ นับได้ว่าเป็นประเทศที่มีอากาศบริสุทธิ์เลยทีเดียวและแต่ละเมืองก็จะแตกต่างกันออกไปค่ะ  ทุกๆ คน ถ้าไปโซนยุโรปลองแวะไปประเทศนอร์เวย์ดูนะคะ...ไปเที่ยวกันเยอะๆ นะคะ....