| PRACTICE MAKES PERFECT ! |
ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่จำเป็นมาก ๆ สำหรับคนที่ต้องการความก้าวหน้าในชีวิต ต้องการงานดี ๆ ในบริษัทดี ๆ ใช้สำหรับติดต่อกับชาวต่างชาติได้เกือบครึ่งโลก และความรู้ทั้งหลายในโลก 90% เป็นภาษาอังกฤษ และความรู้ทั้งหลายก็กองอยู่บนอินเตอร์เน็ตให้เราอ่านเป็นล้าน ๆ ชาติก็ไม่หมด แล้วภาษาอังกฤษมันก็ใช้หาเงินได้ดีด้วย เช่น ใช้ในการติวหนังสือ หรือ เป็นไกด์ทัวร์ หรือ แอร์โฮสเตส
วิธีเก่งภาษาอังกฤษโดยธรรมชาติ
1.เปลี่ยนทัศนคติ
ทัศนคติเป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับ “ทุกๆเรื่องในชีวิต” ถ้าสมมติว่าคุณว่ายน้ำไม่เป็น แล้วมีคนบอกคุณว่าน้ำบ่อนี้ลึกมาก และผลักคุณลงไป และคุณยังยึดคติที่ว่าน้ำลึก คุณก็อาจพยายามว่าน้ำจนจมน้ำไป ทั้งๆที่ไม่ลองหยั่งดูเลยว่าน้ำมันลึกจริงๆหรือเปล่า สำหรับเรื่องการเรียนภาษาก็เหมือนกันครับ หลายๆคนแค่เห็นตัวอักษรก็เมินหน้าหนีแล้ว ไม่คิดจะอ่านมันหรอก แม้ว่าคำนั้นอาจจะเขียนว่า Don’t! หรือ Watch Out! ก็ตาม ถ้าคุณได้อ่านบทความนี้แสดงว่าคุณเองก็อยากจะเก่งภาษาอังกฤษเหมือนกัน
ขั้นแรกที่คุณ ต้องทำเลยก็คือ ปลดปล่อยอคติ และมีทัศนคติที่ดีกับภาษาอังกฤษ วิธีที่ผมใช้ในการสร้างแรงบันดาลใจในการทำอะไรบางอย่างที่ผมรู้สึกว่าผมไม่อยากทำ นั่นก็คือหาสมุดเล่มหนึ่ง และเขียนลงไปถึงสิ่งดีๆที่จะเกิดขึ้นหลังจากคุณทำสิ่งๆนี้แล้ว แล้วก็เปิดอ่านบ่อยๆ หรือ ติดไว้ที่ประตู
2.เริ่มจากฟังเพลง
“ชนใดไม่มีดนตรีกาล ในสันดานเป็นคนชอบกลนัก” คำกลอนนี้บ่งบอกถึงธรรมชาติของมนุษย์ได้อย่างดีทีเดียว มีใครที่ไหนบ้างที่ไม่ชอบดนตรี? การฟังเพลงภาษาอังกฤษในที่นี้ไม่ได้หมายถึง จะให้คุณเข้าใจทุก ๆ คำ เพราะมันแทบจะเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว เราเชื่อว่าทุกๆคนคงจะเคยได้ยินเพลง ๆ หนึ่ง ตั้งหลายครั้งโดยไม่ได้ตั้งใจ แต่พอนึกดูดี ๆ ดันไม่รู้เลยว่าเพลงมันพูดถึงอะไรกันแน่
เพลงภาษาอังกฤษก็เหมือนกันครับ เราไม่ได้ฟังเพื่อเนื้อหาขนาดนั้น แต่ที่เราบอกว่าให้ฟังเพลงภาษาอังกฤษนั้นมันมีเหตุผลนะ เหตุผลนั้นคือจิตวิทยาเรื่องความเชื่อมโยง ซึ่งถูกนำมาใช้กันแพร่หลายในวงการธุรกิจ นั่นก็คือ การโฆษณาโดยใช้ดารานางแบบนั่นเอง อธิบายได้ว่า เวลาเราสัมผัสอะไรที่เราชอบที่อยู่คู่กับอะไรบางอย่างที่เราไม่รู้จัก สิ่งที่เราชอบนั้นมันจะทำให้ของอีกสิ่งนั้นดูดีขึ้นมาพร้อมกัน นั่นเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมทุกคนรู้จักก๊อกน้ำซัลวา หรือ อินเตอร์เน็ต 3BB
การที่เราฟังเพลงภาษาอังกฤษมันก็ให้ผลแบบเดียวกันครับ คือ เพลงภาษาอังกฤษที่ไพเราะจะทำให้เราค่อย ๆ รู้สึกดีขึ้นกับภาษาอังกฤษ และทำให้เราซึมซับภาษาอังกฤษไปโดยไม่รู้ตัว ส่วนใคร ๆ ที่มีอคติกับเพลงภาษาอังกฤษ เราแนะนำว่า ให้แทรกเพลงเพราะ ๆ เก่า ๆ ที่ดัง ๆ ของฝรั่งไว้ ในลิสต์เพลงโปรดของคุณ แทรกเข้าไปแค่ 10 – 20 % ก็พอ เรื่องนี้มีงานวิจัยโดยตรงเลยทีเดียว เขาระบุว่า เราไม่สามารถเปลี่ยนให้คนใดคนหนึ่งที่ชอบเพลงแนวหนึ่ง หันไปฟังเพลงอีกแนวหนึ่งได้ทันที แต่ถ้าเราค่อยให้เขาฟังเพลงอีกแนว เป็นสัดส่วนเล็กน้อยเมื่อเทียบกับเพลงแนวเก่าที่เขาฟัง ไม่นานเขาก็จะชอบเพลงแนวใหม่ไปเอง
3.วิธีดูหนัง
อ.วรภัทร์ ภู่เจริญเคยกล่าวไว้(บ่อย) ว่า “สุดยอดเรียน คือ ดูหนัง” เราขอเพิ่มอีกหนึ่งเสียงว่าจริง และผมจะบอกว่า การเปิ ด Subtitle ของคนไทยนั้นทำกันอย่างผิด ๆ ทำให้เราไม่ได้เพิ่มพูนความรู้ทางภาษาเลย การเปิ ดSubtitle ปกติของคนไทยคือ เสียงอังกฤษ บรรยายไทย ใช่ไหมครับ? ถ้านั่นคุณดูเอาสนุก เอารู้เรื่อง เพื่อเพิ่มพูนความรู้เรื่องอื่น เช่น การวางกลยุทธ์ของหนัง หรืออะไรก็แล้วแต่ มันก็เป็นสิ่งที่ถูกแล้วครับ แต่ถ้าเราอยากจะเก่งภาษาอังกฤษ เราต้องเริ่มจากเสียงไทย บรรยายอังกฤษครับ มันมีข้อดีก็คือ
- เรารู้เรื่องแน่นอนว่า ประโยคที่กำลังพูดนั้น เขาพูดว่าอะไร
- คำบรรยายภาษาอังกฤษทำให้เรารู้ว่าประโยคที่เราได้ยินนั้น ภาษาอังกฤษ เขาพูดว่าอย่างไร
ทิปส์เพิ่มเติม
- ถ้าใครเริ่มฟังเพลงภาษาอังกฤษบ่อยขึ้นจนชินหูแล้ว ให้เริ่มมองหาคำพื้นฐานต่าง ๆ ในเพลงครับ เช่นคำว่า I you this when what who and every ซึ่งคำเหล่านี้มักจะเป็นคำขึ้นต้นประโยค และฟังได้ง่าย และค่อย ๆ มองหาส่วนประกอบของประโยค คือ ประธาน กิริยา กรรม และส่วนขยาย ความรู้จากการอ่านจะทำให้คุณรู้ความหมาย และแยกแยะได้
- เมื่อดูหนังแบบ เสียงไทย บรรยายอังกฤษ จนคล่องแล้ว ให้เปลี่ยนเป็น เสียงอังกฤษ บรรยายอังกฤษ ซึ่งจะทำให้คุณเพิ่มพูนความรู้ด้านการฟังและการอ่านเขียนไปพร้อม ๆ กัน
- มีเพื่อนฝรั่ง การมีเพื่อนฝรั่งจะทำให้คุณอยากพูดกับเขารู้เรื่อง จากนั้นมันจะทำให้คุณค่อย ๆ หาประโยคไปคุยกับเขาเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้คุณเก่งแกรมม่า และการพูดด้วย
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น